เรื่องอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กลับไปหน้าที่ผ่านมา



ท่านจะให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างไร
เพื่อความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของท่าน

เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของท่าน โปรดให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนี้
1.ปฏิบัติตามคำแนะนำ ในคู่มือประชาชนเล่มนี้ และแผ่นปลิวแผ่นพับเกี่ยวกับการป้องกันอาชญากรรมประเภทต่างๆ คำแนะนำ
เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน, การป้องกันและระงับอัคคีภัย ,การป้องกันยาเสพติดให้โทษ,คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน
ที่ปลอดภัย
2.จดบันทึกรายการทรัพย์สินภายในบ้าน ตำหนิรูปพรรณ หมายเลขเครื่อง หมายเลขทะเบียนทรัพย์สินที่มีค่าภายในบ้านของท่าน
ทำเครื่องหมายหรือสลักหมายเลขบัตรประจำตัวของท่านลงบนทรัพย์สินเหล่านั้น และทำบัญชีเก็บไว้ในที่มิดชิด และถ่ายรูปทรัพย์สิน
เหล่านั้นไว้ด้วย (ตามแบบฟอร์มท้ายนี้) เพื่อง่ายต่อการแจ้งหายและผลในการติดตาม และยืนยันแสดงความเป็นเจ้าของเมื่อตรวจพบ
ของที่หายตลอดจนคนร้ายนำทรัพย์สินนั้นไปขายได้ยาก ถ้ามีรอยสลักเครื่องหมาย
3. เพื่อป้องกันโจรกรรมในเคหสถาน
(1) ตรวจสอบความแข็งแรงของกลอน ล็อกประตูหน้าต่างทุกบานทุกช่อง กลอนธรรมดา คนร้ายสามารถงัดออกได้ง่ายกว่ากุญแจ
ที่มีกลอนล็อก 2 ชั้น
(2) กญแจให้เปลี่ยนทุกครั้งที่ย้ายบ้าน หรือเข้ามาอยู่ใหม่ หรือทุกครั้งที่กุญแจหาย
  • อย่าให้ลูกกุญแจสำรองกับผู้อื่น
  • อย่าเขียนข้อความติดกับลูกกุญแจที่แสดงว่าใช้กับประตูใด ให้จัดทำสมุดบันทึกส่วนตัวเพื่อบันทึกช่วยจำ
(3) เงินสด เครื่องประดับ ของมีค่าเก็บไว้ในที่ปลอดภัยและล็อกกุญแจให้เรียบร้อย
4. แสดงสว่าง
(1) เปิดไฟไว้ภายนอกรอบ ๆ อาคาร โดยเฉพาะที่ใกล้ประตูหน้าต่างให้สว่างตลอดคืน แต่สวิตซ์ ปิด เปิด จะต้องอยู่ภายในบ้าน และ
ไฟจะต้องอยู่สูงเกินกว่าคนร้ายจะปีนขึ้นไปถอดออกได้ จะป้องกันมิให้คนร้ายเข้างัดประตูปหน้าต่างได้สะดวก
(2) เปิดไฟภายในบ้านเป็นบางห้องเพื่อให้คนร้ายลังเล
5. ในเวลากลางคืน ไม่ว่าท่านจะอยู่บ้านหรือไม่ก็ตาม ควรปิดม่านไว้ให้เรียบร้อย การเปิดม่านไว้จะทำให้คนร้ายล่วงรู้ได้ว่า ภายใน
บ้านมีคนอยู่หรือไม่ จำนวนเท่าใด มีทรัพย์สินมีค่าอยู่ที่ใด และง่ายต่อการเข้าโจรกรรม
6. การปลูกต้นไม้ใหญไว้ใกล้ชิดหน้าต่างบ้านมาก คนร้ายอาจใช้เป็นที่ซ่อนตัวในขณะที่ลงมืองัดประตูหรือหน้าต่าง
7. การแจ้งข่าวอาชญากรรม สามารถแจ้งโดยทางโทรศัพท์ ทางจดหมายไปยังสถานีตำรวจท้องที่ หรือไปพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
หรือฝ่ายปกครองในท้องที่
(1) แจ้งข่าวก่อนเกิดเหตุ
  • เพื่อให้ทราบว่าใครมีพฤติการณ์เป็นคนร้าย ลักเล็กขโมยน้อย ลักโคกระบือ
  • ที่ใดเป็นที่ซ่องสุมหรือหลบซ่อนตัวของคนร้าย หรือแหล่งรับซื้อของโจร หรือแหล่งรับไถ่ถอนทรัพย์ที่หาย
  • ใครเป็นนักเลงอันธพาล ขี้ยา สูบฝิ่น สูบเฮโรอีน กัญชา สารระเหย
  • ที่ใดเป็นแหล่งค้ายาเสพติด
  • ใครเป็นมือปืนรับจ้าง
  • ใครเป็นคนแปลกหน้าที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย
  • แหล่งล่อลวงหญิง
(2) แจ้งข่าวขณะเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ
  • แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันทีหากได้พบเห็นบุคคลซึ่งสงสัยว่าเป็นผู้กระทำผิดหรือพบความเคลื่อนไหวที่น่าสังสัยหรือพบ
    ยานพาหนะที่น่าสงสัยในบริเวณที่ชุมชนของท่าน และจดจำตำหนิรูปพรรณของคนที่ต้องสงสัยและพาหนะไว้ด้วย
  • ให้ข้อเท็จจริงกับตำรวจว่า ท่านได้พบเห็นเหตุการณ์อย่างไรขณะเกิดเหตุ (การจะโทรศัพท์แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายหรือ
    สถานีตำรวจอยู่ด้านหล้งคูมือนี้)

8. การเป็นพยานในคดี ถ้าท่านได้พบเห็นเหตุการณ์ขณะก่อนเกิดเหตุ-ขณะเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ อย่างไร โปรดให้ความร่วมมือ
เป็นพยานให้ข้อเท็จจริงกับตำรวจเพื่อยืนยันผู้กระทำผิดและจับกุมตัวมาดำเนินคดีฟ้องให้ศาลลงโทษ
ต่อไป ถ้าหากท่านรู้เห็น แต่ไม่ยอมเป็นพยานก็เสมือนเป็นการช่วยเหลือคนร้ายหรือผู้กระทำผิดให้รอดพ้นจากการจับกุมและ
รอดพ้นจากการถูกลงโทษ คนร้ายก็จะออกมากระทำผิดต่อไปอีกเรื่อย ๆ และอาจจะมากระทำต่อท่านในที่สุด และก็จะทำให้
คนร้ายเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกินขีดความสามารถที่ตำรวจจะป้องกันดูแลได้อย่างทั่วถึง
9. หากท่านประสบเหตุ จงพยายามจดจำและบันทึกตำหนิรูปพรรณของคนร้าย และยานพาหนะของคนร้าย ตลอดจนอาวุธที่
คนร้ายใช้ (ตามคำแนะนำท้ายนี้)
10. ตามหมู่บ้านจัดสรร หรือหมู่บ้านในชนบทควรมีการจัดเวรยามหมู่บ้าน จัดตั้งด่านตรวจทางเข้าหมู่บ้าน โดยประสานงานกับ
ตำรวจท้องที่ ในการฝึกอบรมและการจัดระบบการป้องกันควรมีการจัดระบบเตือนภัย โดยใช้กริ่งสัญญาณติดบ้านใกล้เคียง หรือ
กำหนดสัญญาณตีเกราะระดมชาวบ้านช่วยเหลือกัน
11. วัวควายตามหมู่บ้านในชนบท ควรจัดเป็นคอกรวมคอกและจัดเวรยามเฝ้าเพื่อป้องกันการถูกโจรกรรม
12. ในหมู่บ้านจัดสรร ที่มีการก่อสร้างจะมีคนงานเข้าออก หน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านควรประสานเจ้าของหมู่บ้าน และ
ผู้รับเหมา และตำรวจท้องที่ จัดทำบัตประวัติคนงานมีรูปถ่ายและพิมพ์มือตรวจสอบประวัติเก็บไว้เป็นหลักฐานเพราะบางคนเคย
มีประวัติในทางโจรกรรม จะได้ป้องกันไว้ก่อน (ตามแบบฟอร์มท้ายนี้)
13. เจ้าของบ้านควรจะได้มีการประสานกับหน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และตำรวจท้องที่ถ่ายรูปทำประวัติ พิมพ์มือคนใช้
คนสวน คนขับรถ เก็บไว้กับเจ้าของบ้าน เมื่อมีเหตุการณ์จะได้ติดตามได้โดยง่าย (ดังแบบฟอร์มท้ายนี้)
14. ในกรณีที่เกิดอัคคีภัยโปรดแจ้ง ตำรวจดับเพลิง หรือเทศบาล สุขาภิบาล และตำรวจท้องที่โดยด่วน และปฏิบัติตามคำแนะนำ
เกี่ยวกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยในคู่มือนี้ และจะต้องมีการจัดเตรียมแผนป้องกันและระงับอัคคีภัยสำหรับสำนักงาน หมูบ้าน
อาคารต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า และมีการซักซ้อมให้เกิดความพร้อมตลอดจนตรวจสอบเครื่องมือเครื่องใช้ในการดับเพลิงและแหล่งน้ำ
ที่ใกล้เคียง และมีการจัดแบ่งหน้าที่ไว้เป็นฝ่าย ๆ คือ
- ฝ่ายดับไฟและจัดหาน้ำดับไฟ
- ฝ่ายอพยพทรัพย์สิน
- ฝ่ายช่วยเหลือ คนชรา เด็ก คนป่วย
- ฝ่ายดูแลทรัพย์สินป้องกันถูกโจรกรรม
- ฝ่ายนำคนเจ็บส่งสถานพยาบาล
15.ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุรถชนกันมีคนบาดเจ็บ หรือผ่านไปประสบเหตุ
(1) รีบแจ้งเหตุให้ตำรวจท้องที่หรือตำรวจท้องที่ใกล้เคียงที่สุดให้ทราบเหตุ
(2) ช่วยดูแลทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุ
(3) ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ให้ถูกต้องตามวิธีปฐมพยาบาล โดยมีขั้นตอนดังนี้
  • ห้ามเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเป็นอันขาด จนกว่าจะแน่ใจว่าผู้ป่วยไม่มีกระดูกหัก
  • ถ้ามีอาการเลือดออกต้องห้ามเลือดก่อน
  • ถ้าหยุดหายใจต้องทำการผายปอด
  • ในกรณีคนไข้ยังไม่รู้สึกตัว ห้ามไม่ให้คนไข้ดื่มน้ำ หรือยาใด ๆ เป็นอันขาด
  • พยายรมให้ผู้ป่วยนอนศีรษะราบ ตะแคงหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง เงยคางไว้ ถ้ามีอาเจียนเต็มปากต้องควักออกให้หมด
  • ผู้ทำการปฐมพยาบาลต้องรอบรู้ และมีความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาล มีสติ รู้จักดัดแปลงของใช้ เช่น ไม้กระดาน
    ผู้เช็ดหน้า ผู้ปูโต๊ะ เศษผ้า เชือก เศษไม้ นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์
  • ส่งผู้ป่วยไปรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไปจากโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
หมายเหตุ การปฐมพยาบาลที่ผิดวิธี โดยเฉพาะในรายที่กระดูกคอหัก กระดูกสันหลังหัก อาจทำให้คนไข้พิการตลอดชีวิต
(ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลท้ายนี้)
16. การช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้าย ประชาชนธรรมดาสามารถช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายได้
(โปรดดูรายละเอียดในเรื่อง "ประชาชนธรรมดาจะจับกุมผู้กระทำผิดได้หรือไม่" ท้ายเรื่องนี้)
17. การรักษาที่เกิดเหตุและของกลางในคดี เมื่อเกิดเหตุคดีอาชญากรรม คนร้ายจะทิ้งร่องรอยหลักฐานไว้ในที่เกิดเหตุ ให้
ช่วยกันรักษาสถานที่เกิดเหตุไว้ให้อยู่ในสภาพเดิม อย่าเคลื่อนย้ายทรัพย์สินใดๆ แล้วรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเดินทาง
มาตรวจที่เกิดเหตุโดยด่วน
  • ในกรณีของกลางบางอย่างอาจจะสูญหาย เพราะไม่มีผู้ใดเฝ้าดูแล เช่น อาวุธปืนของคนร้าย มีดที่คนร้ายใช้ทำร้าย
    ตกในที่เกิดเหตุ ผู้พบเห็นอาจเก็บและนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ก่อน


บัตรประวัติคนไข้, คนสวน, คนขับรถ, คนเลี้ยงเด็ก

กลับด้านบน



บันทึกรายการทรัพย์สินภายในบ้าน

กลับด้านบน



ประชาชนธรรมดา จะจับกุมผู้กระทำผิดได้หรือไม่?

โดยปกติแล้วการจับกุมผุ้กระทำผิดนั้นเป็นอำนาจของเจ้าหน้าที่พนักงาน ซึ่คำว่า เจ้าพนักงานที่ว่านี้มีความหมายกว้างขวางขึ้น
อยู่กับกฎหมายในแต่ละเรื่องนั้นจะบัญญัติให้ใครเป็นเจ้าพนักงาน เช่น เจ้าหน้าที่ศุลกากร เป้นเจ้าพนักงานตามกฎหมาย
ศุลกากร มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมความผิดเกี่ยวกับการขนสินค้าหนีภาษี เจ้าหน้าที่สรรพสามิต เป็นเจ้าพนักงานตาม
กฎหมายสรรพสามิต มีอำนาจหน้าที่จับกุมความผิดเกี่ยวกับสรรพสามิต ฯลฯ เป้นต้น ส่วนตำรวจ นายอำเภอ ปลัดอำเภอนั้น
จัดอยู่ในประเภทพนักงานฝ่ายปกครอง มีอำนาจหน้าที่จับกุมความผิดได้ทุกประเภท แม้ว่าความผิดนั้นจะมีพนักงานโดยเฉพาะ
แล้วก็ตาม เช่น ความผิด ตามกฎหมายศุลกากร กฎหมายสรรพสามิต ตำรวจ นายอำเภอ ปลัดอำเภอ ก็ยังมีอำนาจหน้าที่ใน
การจับกุมได้้ สำหรับประชาชนหรือที่เรียกว่าราษฎรธรรมดานั้น โดยปกติไม่มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมผั้ใดได้ เพราะ
ประชาชนธรรมดา ไม่ได้เป้นพนักงาน แต่อย่างไรก็ดีกฎหมายไม่ได้ห้ามเด็ดขาดตายตัวว่ามิให้ประชาชนธรรมดาจับกุมผู้
กระทำผิดโดยสิ้นเชิง บทบัญญัติที่เป็นข้อยกเว้น ไว้ให้ประชาชนธรรมดามีอำนาจหน้าจับกุมผู้กระทำผิดได้เฉพาะบางกรณี
ดังต่อไปนี้เท่านั้น
1.เมื่อเจ้าพนักงานขอร้องให้ช่วยจับ กรณีนี้จะต้องเป็นเรื่องที่กฎหมายจับอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความผิดฐานใดก็ตาม
และเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่จัดการตามกฎหมายหรือจับตามหมายจับนั้นได้ขอร้องให้ประชาชนธรรมดาช่วยจับกุมผู้กระทำผิด
ตามที่กฎหมายระบุไว้ข้อนี้ต้องพึงระวังให้ดีว่าถ้าเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานจะจับกุมโดยไม่มีหมายจับแม้เจ้าพนักงานจะขอร้อง
ให้ประชาชนธรรมดาช่วยจับ ประชาชนธรรมดาก็ไม่มีอำนาจในการจับกุม มีข้อสังเกตว่าคำร้องขอของเจ้าพนักงานเช่นนี้
ไม่ถือว่าเป็นคำสั่งของ เจ้าพนักงาน ดังนั้น ประชาชนที่ได้รับร้องขอจะปฏิบัติตามคำร้องขอนั้นหรือไม่ก็ได้
2. เมื่อพบการกระทำผิดซึ่งหน้าเฉพาะความผิดประเภทที่กฎ หมายระบุไว้ กรณีนี้ประชาชนผู้พบการกระทำผิดนั้นสามารถ
ทำการจับกุมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าพนักงานร้องขอ อย่างไรก็ดีอำนาจในการจับกุมของประชาชนธรรมดาตามข้อ 2นี้
ค่อนข้างจะมีขอบเขตจำกัดอยู่เฉพาะแต่ความผิดประเภทที่ระบุไว้ในท้าย ป.วิอาญาเท่านั้น และต้องเป็นกรณีที่พบการ
กระทำผิดซึ่งหน้าอีกด้วย ซึ่งเงื่อนไขข้อนี้นับว่าเป็นปัญหาอยู่ไม่น้อยสำหรันผู้ไม่เคยเรียนกฎหมายมาก่อน เพราะจะไม่ทราบ
ความผิดประเภทใด บ้างที่กฎหมายระบุไว้ในบํญชีท้ายและก็ไม่ทราบว่าที่เรียกว่าความผิดซึ่งหน้ามีขอบเขตความหมายแค่ไหน
เพราะถ้อยคำนี้เป็นถ้อยคำทางกฎหมาย ซึ่งมีความหมายเฉพาะ ไม่จำเป้นต้องนำมาเขียนในที่นี้ แต่จะขอนำเอาความผิดซึ่ง
หน้าที่ระบุอยู่ในบัญชีท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเฉพาะที่พบอยู่เสมอเพื่อเป็นแนวทางในการจดจำ
  • ความผิดต่อเจ้าหน้าที่
  • ความผิดฐานหลบหนีจากที่คุมขัง
  • ความผิดต่อศาสนา
  • ความผิดปลอมแปลงเงินตรา
  • การก่อการจลาจล
  • ข่มขืนกระทำชำเรา
  • ทำร้ายร่างกาย
  • ฆ่าคนตาย
  • หน่วงเหนี่ยวกักขัง
  • ลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ กรรโชกทรัพย์
3. เมื่อประชาชนผู้เป็นนายประกันผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้หลบหนีประกัน หรือจะหลบหนีประกัน โดยเฉพาะเมื่อไม่สามารถ
จะขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานให้จับกุมได้ทันท่วงทีเท่านั้น การจับกุมประชาชนธรรมดาตามที่กล่าวมาแล้วทั้ง 3 กรณีนี้
เป็นเพียงอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมได้เท่านั้น ไม่ใช่เป็นหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติ และถ้าเป็นกรณีอื่นนอกเหนือจากที่
กล่าวมานี้ประชาชนธรรมดาก็ไม่มีอำนาจทำการจับกุมผู้กระทำผิดได้เลย

ผลทางกฎหมาย
กรณีที่ประชาชนธรรมดามีอำนาจตามกฎหมายที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดได้ดังกล่าวมาในข้อ 1-3 นี้ ประชาชนผู้ทำการ
จับกุมย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย เช่นไม่มีความผิดฐานทำให้ผู้ถูกจับเสื่อมเสียอิสระภาพเสรีภาพหรือ
หากผู้ถูกจับนั้นต่อสู้ขัดขวาง ประชาชนผู้จับก็มีอำนาจใช้กำลังป้องกันตนได้พอสมควรแก่เหตุ ในทำนองกลับกันถ้าเป็นกรณี
ไม่มีอำนาจจับกุมได้ตามกฎหมาย ผู้จับมีความผิดฐานทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียเสรีภาพและอาจมีความผิดฐานอื่นติดตามมา
มากมาย เช่น บุกรุก ทำร้ายร่างกาย ฯลฯ เป็นต้น

กลับด้านบน



การป้องกันตนเองมิให้ตกเป็นเหยื่อของนักต้มตุ๋น

1. อย่ารีบร้อนตอบรับ เมื่อมีคนมาชวนลงทุน หรือทำธุรกิจ จนกว่าจะได้ปรึกษากับญาติสนิทหรือเพื่อนสนิท
2. อย่าปรึกษาเรื่องการเงินกับคนอื่นหรือคนแปลกหน้า ยกเว้นญาติสนิท หรือเพื่อนสนิท
3. อย่าด่วนถอนเงินจำนวนมากๆ ออกจากธนาคารให้คนแปลกหน้า ไม่ว่าจะมี เหตุผลดีอย่างไร จนกว่าจะขอคำแนะนำจาก
ญาติสนิท หรือเพื่อนสนิท
4. อย่ายอมให้คนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านคุณ ไม่ว่าจะแบบใด อาทิเช่น พนักงานซ่อมแซมบ้าน (ช่างทาสี ช่างซ่อมหลังคาบ้าน
ช่างซ่อมประตู) ช่างประปา ,ช่างไฟฟ้า ,ช่างโทรศัพท์ ,ช่างซ่อมโทรทัศน์, วีดีโอ ช่างซ่อมเครื่องยนต์ต่างๆ จนกว่า
5. คุณคุณตรวจสอบรู้ได้แน่นอนแล้วว่าเขาเป็นใคร หรือ ได้ปรึกษาเรื่องนี้กับญาติสนิท หรือเพื่อนสนิท
6. ระวังสินค้าหรือบริการราคาถูกมาก ที่เสนอขายโดยพนักงานขายที่น่าเชื่อถือ และคล่องแคล่ว
7. อย่าด่วนลงนามในเอกสารตามกฎหมายใดใด ที่สามารถผูกมัดตัวคุณกับผู้อื่น โดยมิได้รับคำแนะนำจากญาติสนิท
เพื่อนสนิทหรือนักกฎหมาย
8. อย่าด่วนตัดสินใจทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินหรือเงินทอง โดยมิได้ รับคำแนะนำจากญาติสนิท หรือเพื่อนสนิท