ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการป้องกัน

> สถานที่ให้คำปรึกษาและคำแนะนำ บำบัดรักษาขั้นต้น
>
การป้องกันการติดยาเสพติด
> ลักษณะผู้ใช้ยาเสพติด
> อันตรายจากการใช้สารระเหย
> บทลงโทษเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ

กลับไปหน้าที่ผ่านมา

ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการป้องกัน

...ยาเสพติด หมายถึงสารเคมีหรือสารใดก็ตามซึ่งเมื่อบุคคลเสพหรือรับเข้าสู่ร่างกาย ไม่ว่าโดยการฉีด การสูบ การกิน การดม หรือวิธีอื่น ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วจะก่อให้เกิดเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสื่อมโทรมขึ้นแก่บุคคลผู้เสพและแก่สังคมด้วย ทั้งจะต้องทำให้ผู้เสพแสดงออกซึ่งลักษณะ ดังนี้
1. ผู้เสพมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะเสพยาชนิดนั้นอย่างต่อเนื่องกันไป และต้องแสวงหายาชนิดนั้นมาเสพให้ได้ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม
2. ผู้เสพจะต้องเพิ่มปริมาณของยาที่เคยใช้ให้มากขึ้นทุกระยะ
3. ผู้เสพจะมีความปรารถนาอยากเสพยาชนิดนั้นอย่างรุนแรง ระงับไม่ได้ คือ มีการติดและอยากยาทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

สถานที่ให้คำปรึกษาด้านป้องกัน และแนะนำการบำบัดรักษาขั้นต้น
1. สำนักงานศึกษาป้องกันการติดยา(กระทรวงสาธารณสุข) 286 ถนนพระราม6 พญาไท กรุงเทพฯ โทร. 2824180-5
2. สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยศูนย์อาสาสมัครยาเสพติด ตึกมหิดล กรุงเทพฯ โทร. 2455522
3. ศูนย์สุขวิทยาจิต พญาไท กรุงเทพฯ โทร.2815241
4. สมาคมสุขภาพจิตแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ โทร.2452733
5. สำนักงานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรุงเทพฯ โทร.2459340-9
สถานบำบัด
1. โรงพยาบาลตำรวจ แผนกจิตเวช กรุงเทพฯ โทร.2528111-7
2. โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า แผนกจิตเวช กรุงเทพฯ โทร.2461946
3. โรงพยาบาลธัญญารักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี โทร.5310080-8
4. โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ โทร.4681116-20
5. โรงพยาบาลทหารเรือกรุงเทพฯ โทร. 4112191
6. ศูนย์บริการสาธารณสุข กรุงเทพฯ ลุมพินี ซอยปลุกจิตต์ ถ.วิทยุ โทร.2512970
7. ศูนย์บริิการสาธารณสุข กรุงเทพฯ สี่พระยา โทร.2364055
8. สำนักสงฆ์วัดถ้ำ้ำกระบอก จ.สระบุรี
9. สำนักสงฆ์วัดถ้ำเขาทะลุ จ.ราชบุรี

กลับด้านบน



การป้องกันการติดยาเสพติด

1. ป้องกันตนเอง ไม่ใช้ยาโดยมิได้รับคำแนะนำจากแพทย์ และจงอย่าทดลองเสพยาเสพติดทุกชนิดโดยเด็ดขาด เพราะติดง่ายหายยาก
2. ป้องกันครอบครัว ควรสอดส่องดูแลเด็กและบุคคลในครอบครัวหรือที่อยู่รวมกัน อย่าให้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ต้องคอยอบรมสั่งสอนให้รู้ถึงโทษและภัยของยา-เสพติด หากมีผู้เสพยาเสพติดในครอบครัวจงจัดการให้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลให้หายเด็ดขาด การรักษาแต่แรกเริ่มติดยาเสพติดมีโอกาสหายได้เร็วกว่าที่ปล่อยไว้นาน
3. ป้องกันเพื่อนบ้าน โดยช่วยชี้แจงให้เพื่อนบ้านเข้าใจถึงโทษและภัยของยาเสพติด โดยมิให้เพื่อนบ้านรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต้้องถูกหลอกลวง และหากพบว่าเพื่อนบ้านติดยาเสพติด จงช่วยแนะนำให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล
4. ป้องกันโดยให้ความร่วมมือกับทางราชการ เมื่อทราบว่าบ้านใดตำบลใด มียาเสพติดแพร่ระบาดขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกแห่งทุกท้องที่ทราบ หรือที่ศูนย์ปราบปรามยาเสพติดให้โทษ กรมตำรวจ (ศปส.ตร.) โทร. 2527962 , 2525932 และที่สำนักงานคณดะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) สำนักนายกรัฐมนตรี โทร. 2459350-9

กลับด้านบน



ลักษณะผู้ใช้ยาเสพติด

  • ตาโรยขาดความกระปรี้กระเปร่า น้ำมูกไหล น้ำตาไหล ริมฝีปากเขียวคล้ำแห้ง แตก (เสพโดยการสูบ)
  • เหงื่อออกมาก กลิ่นตัวแรง พูดจาไม่สัมพันธ์กับความจริง
  • บริเวณแขนตามแนวเส้นโลหิต มีร่องรอยการเสพยาโดยการฉีดให้เห็น
  • ที่ท้องแขนมีรอยแผลเป็นโดยกรีดด้วยของมีคมตามขวาง (ติดเหล้าแห้ง ยากล่อมประสาท ยาระงับประสาท)
  • ใส่แว่นตากรองแสงเข้มเป็นประจำเพราะม่านตาขยายและเพื่อปิดนัยน์ตาสีแดงก่ำ
  • มักสวมเสื้อแขนยาวปกปิดรอยฉีดยาโปรดหลีกให้พ้นจากบุคคลที่มีลักษณะดังกล่าว ชีวิตจะสุขสันต์ตลอดกาล

กลับด้านบน



อันตรายจากการใช้สารระเหย

ในปัจจุบันผู้ติดยาเสพติดได้หันไปหาตัวอื่นที่ราคาถูกกว่าหาได้ง่ายกว่ามาทดแทนผงขาว นั่นคือ "สารระเหย" ชนิด ต่างๆ
เช่น ทินเนอร์ผสมสี น้ำมันเบนซิน น้ำมันไฟแช็ก น้ำมันแล็กเกอร์ กาวชนิดต่างๆ น้ำมันชักเงา ยาทาเล็บ ตลอดจนสเปรย์ ชนิดต่างๆ โดยหารู้ไม่ว่าเป็นการหนีเสือปะจรเข้เพราะสารเสพติดแบบใหม่นี้มีพิษร้ายแรงกว่าเฮโรอีนมากมายหลายสิบเท่า
เพราะในขณะที่เฮโรอีนทำให้สุขภาพทั่วไปทุรดโทรมก็จริงแต่ก็ไม่ได้ทิ้งความพิการถาวรไว้ให้แก่อวัยวะใดๆในร่างกาย
และหากเลิกเสพ พักฟื้นไม่นานสุขภาพก็จะแข็งแรงกลับสู่สภาพปกติได้ แต่พวก "สารระเหย" นี้หากเสพติดจนติดและ
เป็น เวลานานจะทำให้ร่างกายเกิดพยาธิสภาพที่ถาวร เป็นความพิการที่ไม่สามารถแก้ไขให้กลับคืนสู่ปกติได้อีก
(รายละเอียดในตาราง) เช่น มะเร็งในเลือด สมองพิการ ตับพิการ และที่ร้ายกว่านี้ คือพิการทางกรรมพันธุ์ด้้วย คือ ไปทำให้ โครโมโซม ซึ่งเป็นตัวถ่ายทอดกรรมพันธุ์ไปสู่ลูกหลาน และกระทบกระเทือนถึงความมั่นคงของประเทศชาติอย่างยิ่ง
พวกนักโทษที่ถูกศาลตัดสินจำคุกในความผิดต่างๆ และเป็นผู้ติดเฮโรอีน เมื่ออยู่ในคุกผงขาวก็ยิ่งหายากและราคา
ยิ่งแพงขึ้น เป็นที่ทราบกันว่า นักโทษพวกนี้จะแย่งกันไปทำงานแผนกช่างไม้ ช่างทาสี ช่างเครื่องยนต์ เพราะจะ
ได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดและใช้พวกน้ำมันระเหยพวกนี้ นอกจากนี้ยังมีพวกเด็กนักเรียนมัธยมต้นและปลาย โดยเฉพาะใน
กรุงเทพฯ และในจังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มว่ามีการ เสพติดยาตัวใหม่นี้กันอย่างแพร่หลาย อายุเฉลี่ยระหว่าง 8-10 ปี
มักจะเสพกันเป็นกลุ่ม ในวัด ในห้องที่ลับตาคน โดยใช้ลำลี ผ้าเช็ดหน้าหรือเสื้อยืดชุบทินเนอร์จนชุ่มแล้วสูดดมเข้าปอด
หมุนเวียนส่งต่อไปจนเมามาย เป็นสิ่งที่นาเวทนาอย่างยิ่ง ผู้ใหญ่ ที่เห็นหรือทราบมาก็ไม่ค่อยใส่ใจ เพราะคิดว่าคงไม่มีี
อันตรายร้ายแรงอะไร หารู้ไม่ว่ามันร้ายเสียยิ่งกว่าผงขาวหลายสิบเท่า บางคนอาจฉีดสเปรย์เข้าตู้เสื้อผ้าหรือตู้ลับแล้วยื่น
หน้าเข้าสูดดม และเห็นว่ายาเสพติดพวก "น้ำมันระเหย" นี้มีอยู่ในผลิตภัณฑ์ ของใช้แทบทุกครัวเรือน หรือหาซื้อได้
ทุกหนทุกแห่งด้วยราคาถูก ประกอบทั้งทุกชนิดมีกลิ่นหอมที่ประชาชนทั่วไปจำนวนไม่น้อย ชอบกลิ่นของมัน (สำหรับ
คนส่วนใหญ่อาจรู้สึกเหม็นเวลาได้กลิ่นน้ำมันทินเนอร์ น้ำมันเบนซิน สีทาบ้าน สีทาเฟอร์ ทิงเจอร์ แล็กเกอร์แต่ก็มีคนที่
ดมแล้วรู้สึกหอมและชอบ) จึงทำให้เสพติดได้ง่ายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์โดยเฉพาะเด็กนักเรียนทั้งชายและหญิง
และประชาชนทั่วไปยังไม่ทราบถึงพิษภัยอันร้ายแรงของมัน จึงเห็นเป็นเรื่องเล็ก พวก "สารระเหย" นี้เมื่อสูดดมเข้าไปใน กระเพาะอาหาร ก็จะถูกดูดซึมเข้าไปในหลอดโลหิต ไหลเวียนไปสู่อวัยวะต่างๆ และส่วนต่างๆ ของร่างกายและไปออกฤทธิ์ โดยตรงด้วยการไปกดสมองส่วนกลาง ดังนั้น พอสูดดมไม่กี่นาทีก็จะมีอาการเมา ลักษณะของคนเมา "สารระเหย" นั้น คล้ายคน เมาเหล้า คือ เวียนศรีษะตาพร่า เวลาดูอะไรจะเพ่งจ้องเหมือน "ตาขวาง" ลิ้นไก่สั้น เดินโซเซ ง่วงซึม จิตใจครึกครื้น เห่อเหิม คึกคะนอง (ซึ่งอาจทำให้เกิดพฤติกรรมที่อุกอาจ เช่น ประกอบอาชญากรรมได้ สติปัญญาทึบ มีหูแว่ว ภาพหลอน ประสาทหลอน ความคิดแบบหลงผิด และหากสูดดมต่อไปจะค่อยๆ หมดสติจนถึงขั้นโคม่าและตายได้
สาเหตุตายนั้นส่วนมากเนื่องจากสูดดมยาจนเกินขนาด ยานี้ไปกดสมองส่วนกลางโดยเฉพาะไปกดที่ศูนย์ควบคุมการหายใจ
ทำให้หยุดหายใจ นอกจากนี้ ยานี้้ยัี้้ีี้ีงไปออกฤทธิ์ต่่อหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นเร็วและไม่เป็นจังหวะพิษของ "สารระเหย"
ต่อร่างกาย
หากเสพเป็นเวลานาน จะเกิดพิษร้ายต่อร่างกายได้ 2 แบบ
1. พิษระยะเฉียบพลัน
2. พิษระยะเรื้อรัง


บทลงโทษเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ

  • ผู้จำหน่ายหรือมีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง น้ำหนักไม่เกิน 100 กรัม จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 50,000- 500,000 บาท
  • เกิน 100 กรัม ประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
  • มีเฮโรอีนไว้ในครอบครอง โทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท
  • ผู้เสพเฮโรอีนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000-100,000 บาท
  • มีกัญชาไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย โทษจำคุกตั้งแต่ 2-15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000-150,000 บาท
  • ผู้ใดเสพกัญชา จำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • มีกัญชาไว้ในครอบครอง โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท
  • ผลิต (ปลูก) กัญชา จำคุกอย่างต่ำ 2 ปี และปรับอย่างต่ำ 20,000-150,000บาท
สารระเหย สารเสพติด ผิดกฎหมาย
ตามพระราชกำหนดป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ.2533 กำหนดมาตรการควบคุมไม่ให้นำสารระเหยมาใช้ในทางที่ผิด
ไว้หลายประการ และกำหนดให้ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ดังกล่าว มีความผิดและต้องรับโทษ ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
1. กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายสารระเหยต้องจัดให้มีภาพหรือข้อความที่ภาชนะบรรจุหรือหีบห่อบรรจุสารระเหย
เพื่อเป็นการเตือนให้ระวังการใช้สารระเหยดังกล่าวผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ห้ามไม่ให้ผู้ใดขายสารระเหยแก่ผู้ที่มีอายุไม่เกินสิบเจ็ดปี เว้นแต่เป็นการขายโดยสถานศึกษาเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. ห้ามไม่ให้ผู้ใดขาย จัดหา หรือให้สารระเหยแก่ผู้อื่นซึ่งตนรู้หรือควรรู้ว่าเป็นผู้ติดสารระเหย ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4. ห้ามไม่ให้ผู้ใดจูงใจ ชักนำ ยุยงส่งเสริม หรือใช้อุบายหลอกลวงให้บุคคลอื่นใช้สารระเหย บำบัดความต้องการของร่ายกาย หรือจิตใจ ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5. ห้ามไม่ให้ผู้ใดใช้สารระเหยบำบัดความต้องการของร่างกายหรือจิตใจ ไม่ว่าโดยวิธีสูดดมหรือวิธีอื่นใด ผู้ฝ่าฝืนต้องรับโทษ จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ พึงระลึกเสมอว่า การเสพติดสารระเหยนอกจาก จะเป็นโทษ ต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วย

กลับด้านบน